มาอ่านเคล็ดลับการทำงานสไตล์ญี่ปุ่นกัน

คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 350 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “Japan Salaryman เป็นได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน”

=ภาพรวม=

หนังสือเล่มนี้เป็นลูกผสมระหว่างการเปิดโลกให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมการทำงานของคนญี่ปุ่นและการให้คำแนะนำในการพัฒนาตนเองสู่ความเป็น “ยอดมนุษย์เงินเดือน”

เขียนโดยคนไทยที่หลังจากจบมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 ก็ได้เข้าทำงานในบริษัทที่ญี่ปุ่นเป็นเวลาหลายปี  โดยเริ่มเล่าเบื้องหลังตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงานอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ

ผู้เขียนเป็นผู้มีอารมณ์ขันและสามารถนำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจและละเอียดถี่ถ้วน  หนังสือเล่มนี้จึงให้ทั้งเกร็ดความรู้และความเพลิดเพลิน  เหมาะสำหรับทุกคนที่สนใจการพัฒนาตนเอง  ไม่เฉพาะแต่ผู้ชื่นชอบเรื่องราวจากญี่ปุ่นเท่านั้น

=น่าสนใจจากในเล่ม=

*  ผู้เขียนเชื่อว่าการที่ใบประวัติ (resume) ของเขาเข้าตากรรมการจากใบสมัครนับพันใบหมื่นใบก็เพราะว่า เขาตั้งใจอย่างมากทำให้มันแตกต่าง เช่น วาดภาพง่าย ๆ เล่าความก้าวหน้าเพื่อชี้ให้เห็นว่าตนเองชอบการพัฒนาที่สุดและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ (ในหนังสือมีภาพประกอบ)

*  บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งนิยมส่งพนักงานไปเข้าแคมป์ 3 วันเพื่อฝึกความเข้มแข็งกับทหาร  นอกจากเป็นกุศโลบายให้รักชาติแล้ว ยังทำให้รู้จักรับผิดชอบตนเอง ฝึกฝนระเบียบวินัย ความตรงต่อเวลา การนึกถึงส่วนรวม และสร้างความสนิทสนมเพื่อให้องค์กรเดินหน้าไปรวดเร็วขึ้น

*  บริษัทญี่ปุ่นต้องการคนที่มีทักษะชีวิตที่โดดเด่น  เพราะวิชาความรู้ภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวคงไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จ  แต่ทักษะการสื่อสาร การมีความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง การรู้จักวางแผนแม่นยำในการแก้ปัญหา ล้วนเป็นสิ่งที่บริษัทสมัยใหม่ต้องการมาก

*  สมัยนี้การรู้เพียง 2 ภาษา เช่น ไทยและอังกฤษ อาจไม่เพียงพอสำหรับการทำงานแล้ว

*  การที่จะประสบความสำเร็จในเรื่องใดต้องตั้งเป้าหมายในเรื่องนั้นชัดเจน  แม้แต่การเรียนภาษาก็ต้องตั้งเป้า  เช่นผู้เขียนตั้งเป้าว่า จะต้องเป็นคนต่างชาติที่ได้เข้าทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นให้ได้

*  สำนวนในภาษาญี่ปุ่นหลายสำนวนที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันล้วนบ่งบอกถึงความเกรงอกเกรงใจและใส่ใจต่อความรู้สึก/ ความสะดวกของคู่สนทนา  คนญี่ปุ่นจะเลี่ยงการทำความลำบากให้ผู้อื่นอย่างถึงที่สุด

*  “เวลาคือสิ่งเดียวที่จักรวาลให้เรามาเท่ากัน  เราจะใช้มันอย่างไร มีประโยชน์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับไหวพริบของคนผู้นั้น  คนที่ใช้ได้อย่างชาญฉลาดคือคนประสบความสำเร็จ” – Soichiro Honda ผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้า

*  มารยาทสังคมของญี่ปุ่นมักใส่ใจลงไปในรายละเอียดอย่างที่คนต่างชาติคาดไม่ถึง  เช่น แม้แต่ตำแหน่งที่ยืนในลิฟท์หรือตำแหน่งที่นั่งในแท็กซี่ก็จะต้องไล่ตามลำดับอาวุโส  และเพียงการแลกนามบัตรนั้นมีมารยาท/ธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดถึง 23 ข้อ

*  บางบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานลาหยุดเมื่อ “อกหัก” ได้ด้วย  โดยผู้ที่อกหักยิ่งอายุมากขึ้นเท่าใดก็จะยิ่งได้รับสิทธิ์ลาหยุดมากวันขึ้นเท่านั้น  เพราะความรุนแรงของการช็อกเนื่องจากอกหักน่าจะมากกว่าคนที่อายุน้อยกว่า

*  ตลอดระยะเวลาฝึกงาน  บริษัทญี่ปุ่นจะให้พนักงานใหม่เขียนบันทึกทุกวันว่าได้ทำอะไรไปบ้างและได้อะไรจากการเรียนรู้นั้น วันละ 1 หน้ากระดาษ A4  ต่อมาคือฝึกให้จดบันทึกการประชุม  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานให้ออกมามีคุณภาพขึ้นมาก

*  คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเวลามาก  จึงต้องหัดบริหารเวลาของตนเองให้ดี  บริษัทจะแจกสมุด organizer ให้พนักงานทุกคน  และพนักงานมืออาชีพทุกคนก็จะถือติดมือติดตัวไว้เสมอและคอยหมั่นเช็คดูบ่อย ๆ

*  มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นนิยมไปพบลูกค้าด้วยตนเองมากกว่าการส่งอีเมล์และโทรศัพท์เพราะมีประสิทธิภาพมากกว่า

*  อันโดะ โมะโมะฟุคุ คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาเป็นคนแรกของโลกในวัย 48 ปี และคิด Cup Noodle ขึ้นมาในวัย 61 ปี  เขากล่าวไว้ว่า “ชีวิตคนเราไม่มีอะไรที่ช้าเกินไปหรอก  อายุ 50 หรือ 60 ก็สามารถเริ่มต้นที่จะทำอะไรบางอย่างได้”

หนังสือชื่อ “Japan Salaryman เป็นได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน” โดย บูม ภัทรพล เหลือบุญชู  สำนักพิมพ์มติชน เมษายน 2558 184 หน้า ราคา 190 บาท

——————————————————————

เกร็ดน่ารู้:

*  เด็กเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน

*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย

*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน

คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติ

——————————————————————-

ขอเชิญติดตามหนังสือ “Japan Salaryman เป็นได้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน” ได้ที่ https://goo.gl/zG1ciw

Related posts