อยากรู้จักตัวคุณเองเพิ่มขึ้นไหมคะ?

9786161800611L

คอลัมน์ “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” เล่มที่ 56 วันนี้ จะมาคุยถึงหนังสือชื่อ “รู้มากไปทำไม รู้ใจก่อนดีกว่า” ค่ะ

 

=ภาพรวม=

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือจิตวิทยาที่สอดแทรกแนวคิดแนวปฏิบัติของพระพุทธศาสนาลงไปด้วยค่ะ  เขียนโดยนักเขียนหนุ่มน้อยขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร  เป็นการรวบรวมส่วนหนึ่งของบทความที่เขาเคยเขียนในคอลัมน์ Mind Management ของนิตยสาร Secret นั่นเองค่ะ

ในเล่มแบ่งสิ่งที่เราควร “รู้” ไว้ 6 หมวดด้วยกันนะคะ คือ  1) รู้รัก  2) รู้คิด  3) รู้กาย  4) รู้โลก  5) รู้อารมณ์  และ  6) รู้สุข ค่ะ  โดยแต่ละหมวดก็จะเป็นบทความต่าง ๆ ย่อยลงไปอีกที

=น่าสนใจจากในเล่ม=

*  วิธีเยียวยาที่ได้ผลดีที่สุดเวลาอกหักคือ “การหาสิ่งใหม่ให้สมองได้สนใจ”  เช่น งานอดิเรกใหม่ ๆ  พบเพื่อนใหม่ ๆ  ท่องเที่ยวเพื่อเจอสิ่งใหม่ ๆ  ส่วนเมื่อใดที่สมองว่างให้นึกย้ำแต่สิ่งดี ๆ ที่เราอยากจะเป็นไว้บ่อย ๆ

*  จิตใต้สำนึกคนเรามีพลังมหาศาล  ดังนั้นความคิดลบเกี่ยวกับอนาคตที่เราหมั่นตอกย้ำกับตนเองบ่อย ๆ จึงเกิดขึ้นจริง ๆ ดังที่คิดได้ไม่ยาก

*  คนเรามีความคิดเฉลี่ยวันละ 15,000-60,000 ความคิด  และกว่า 80% เป็นความคิดที่เวียนวน ไร้ประโยชน์ และบั่นทอนชีวิต

*  บาดแผลบนร่างกายของคนที่มีความเครียด ความกลัว และ ความกังวลสูงจะสมานช้ากว่าบาดแผลบนร่างกายของคนที่มีความสุขและความสบายใจ

*  หากเราตั้งใจหายใจให้ยาวและลึกสัก 4-5 ครั้ง  สมองของเราจะ “ถูกหลอก” ว่าเรากำลังรู้สึกสบายใจ สุขุม และ มีพลังได้  กระบวนการนี้เรียกว่าการทำ “Biofeedback”

*  คนขี้โกรธมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากกว่าคนที่เป็นโรคอ้วนเรื้อรังและคนที่สูบบุหรี่มาตลอดชีวิตเสียอีก

*  คนเราใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 8 วินาทีในการดึงอารมณ์ให้กลับมาสู่สภาพปกติอีกครั้ง

*  ผลวิจัยสมองจากอเมริกาพบว่า ความอิจฉาทำให้  1) ความจำแย่ลง  2) สมาธิสั้น  และ 3) ทำลายพลังในการควบคุมตนเอง

*  เมื่อรู้สึกอิจฉาใครให้พยายามนึกถึงสิ่งเรามีและสำนึกถึงคุณค่าของมัน  เช่น เรายังมีชีวิต มีอวัยวะครบ 32 มีสมองที่ใช้การได้ ฯลฯ และให้รู้สึกกตัญญูต่อผู้คนที่รักเรา ช่วยเหลือเรา

*  ความสุขเป็นสิ่งที่ฝึกกันได้  เช่น การนั่งสมาธิเพื่อเพิ่มเซโรโทนินหรือสารที่ให้ความรู้สึกอยู่เย็นเป็นสุข

*  จำนวนเส้นประสาทในสมองคือเครื่องบ่งบอกระดับสติปัญญาที่แม่นยำที่สุด  และสิ่งที่จะช่วยพัฒนาเส้นประสาทเหล่านั้นขึ้นมาได้ก็คือการได้เผชิญปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ (ซึ่งตรงกับพระพุทธศาสนาที่สอนว่าปัญญาจะเกิดได้ต้องผ่านการเข้าใจ “ทุกข์” ก่อนนั่นเอง)

=สรุป=

ถ้าท่านชื่นชอบข้อมูลเกี่ยวกับผลวิจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจิตวิทยาหรือประสาทวิทยา (การศึกษาเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท)  ท่านจะอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างเพลิดเพลินค่ะ

ผู้วิจารณ์ติดอยู่นิดเดียวที่พ่อหนุ่มน้อยนักเขียนนี้ดูจะเน้นไปที่เรื่องการดูลมหายใจเป็นหลักเท่านั้นเวลาสอนให้เจริญสติ  และมีสอนให้รู้เท่าทันความคิดตัวเองบ้าง

แต่ความจริงการเจริญสติตามหลักสติปัฏฐาน 4 นั้นมีหลักการ “เรียกสติให้มาจดจ่ออยู่ในปัจจุบันขณะ” อีกมากมายหลายอย่างนับไม่ถ้วนเลยนะคะในทั้ง 4 ฐาน  ซึ่งบางอย่างทำได้เร็วกว่าการดูลมหายใจอีก เช่น การรับรู้อาการกระพริบตา  เป็นต้น  ซึ่งถ้าทำถูกวิธีเพียงแค่พริบตาเดียวก็สามารถทำให้เกิดตัวรู้ได้ด้วย

แต่อย่าลืมว่าหนุ่มน้อยคนนี้อายุเพียง 25 ปีเท่านั้น!!  เขาเขียนได้ขนาดนี้ในวัยนี้ก็นับว่าเป็นเด็กอัจฉริยะแล้วล่ะค่ะ  ผู้วิจารณ์มั่นใจว่าในอนาคตเมื่อเขาได้มีโอกาสฝึกการเจริญสติตามหลักสติปัฏฐาน 4 อย่างเต็มรูปแบบอย่างต่อเนื่อง  ความสามารถของเขาจะยิ่งพุ่งกระฉูดและเขาจะสามารถช่วยคนได้อีกมาก

ดังนั้นในวันนี้เรามาช่วยกันให้กำลังใจเขาด้วยการสนับสนุนงานเขียนดี ๆ ของเขากันนะคะ

หนังสือชื่อ “รู้มากไปทำไม  รู้ใจก่อนดีกว่า”  โดย ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร  สำนักพิมพ์อมรินทร์ How-To  ตุลาคม 2557  จำนวน 214 หน้า  ราคา 159 บาท

——————————————————————

เกร็ดน่ารู้:

*  เด็กสิงคโปร์และเวียดนามอ่านหนังสือเล่มโดยเฉลี่ยปีละ 60 เล่ม/คน

*  คนไทยถึง 40% ไม่อ่านหนังสือเล่มใด ๆ เลย

*  แม้ในหมู่คนไทยที่อ่านหนังสือก็อ่านโดยเฉลี่ยเพียงปีละ 4 เล่ม/คน

คอลัมน์  “ดร.ณัชร จัดหนังสือ” นี้ จึงมีขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาตนเองและประเทศชาติค่ะ

——————————————————————-

สามารถรู้ใจตัวเองก่อนได้ที่ https://goo.gl/qf1c6s

 

 

 

Related posts